เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ร่าเริง แจ่มใส ไม่ชอบคนโกหก เกลียดคนดูดบุหรี่ รักคนหน้าตาดีๆๆฮ่าๆๆ จริงๆๆนะ เอาแต่ใจบ้างบางเวลา ไม่ชอบตามใจคนรอบข้างมากเท่าไหร่ รักทุกคนที่รักเรา ชอบเลี้ยงหมาและเล่นกับมันมากที่สุด อยากสวยเหมือน บริทย์นี สเปียร์ (เธอสวยมากๆชอบมากๆๆ) สุดท้ายนี้ที่จะกล่าวเป็นคนสนุกสนาน หัวเราะได้ทั้งวันเลย ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆ

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

เตรียมความพร้อม...ให้กระดูก

บททดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย เตรียมอวัยวะชั้นในสุดที่สำคัญที่สุดคือกระดูกของตัวเราเองให้พร้อมรับศึกในวัยที่อายุมากขึ้น เมื่อความชรามาเยือน ทุกอย่างย่อมเสื่อมสภาพ การเตรียมรับศึกสภาวะความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จึงต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ยังหนุ่มสาว รับรู้ข้อมูลสภาวะเสื่อมถอยและหาทางป้องกัน คนเราเกิดมาได้ของแถมพ่วงมาเหมือนกัน หนีไม่พ้นคือเมื่อเกิดแล้วต้องแก่-เจ็บ-ตาย ทุกคนมีสิ่งนี้เท่าเทียมกัน
ข้อมูลเรื่องการเตรียมพร้อมให้กระดูก เล็งถึงผู้หญิงเพราะตามธรรมชาติ ร่างกายของผู้หญิงเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย อีกทั้งไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงก็ไม่ได้เบาบางเหมือนร่างกายเลย มีหลายสาเหตุที่ทำให้กระดูกของคุณสุภาพสตรีรับภาระหนัก ได้แก่


นั่งทำงานนานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ จะส่งผลให้มวลกระดูกมีอัตราเสี่ยงลดลงเมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30 ปี ผู้หญิงเมื่อตั้งครรภ์ร่างกายจะต้องการแคลเซียมมากกว่าปกติ 20-60 เท่า เพื่อสร้างกระดูกแก่ทารกและน้ำนม พอถึงวัยทอง ผู้หญิง 1 ใน 4 มักประสบปัญหาโรคกระดูกพรุน


ทั้งนี้มีสัญญาณเตือนภัยของกระดูก ได้แก่ รู้สึกปวดตามกระดูกหรือข้อที่รับน้ำหนักร่างกาย เช่นกระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ปวดข้อ ผู้หญิงที่มีรูปร่างผอมบางน้ำหนักตัวน้อยอยู่แล้วอาจประสบภาวะนี้มากขึ้น ผู้หญิงที่ตัดรังไข่ หมดประจำเดือนเร็วก็มีแนวโน้มประสบปัญหากระดูกพรุน ข้อชี้แนะคือการกินอาหารให้ถูกหลัก ควรเป็นโปรตีนและแคลเซียมจากพืชผัก จะดีกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด หวานจัด กาแฟ ซึ่งทำให้แคลเซียมในเลือดไม่สมดุล ทำให้ต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกมาทดแทน

นักโภชนาการแนะนำให้กินอาหารป้องกันได้ และควรเริ่มปฏิบัติตั้งแต่ยังสาว ได้แก่ ดื่มนมที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูงเป็นประจำ อาหารแคลเซียมสูงจากผักเช่น ผักใบเขียวสด งาขาว งาดำ ใบยอ ยอดแค คะน้า บร็อกโคลี ผักโขม ผักพื้นบ้านไทย ปลาตัวเล็กตัวน้อย เต้าหู้ ฯลฯ แล้วเติมด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที และให้สัมผัสแสงแดดช่วงเช้าบ้าง เช่น แดดอ่อนๆ ก่อนสิบโมงเช้า เพื่อให้ร่างกายได้สังเคราะห์วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ในอเมริกาแนะนำให้กินแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000-1,500 มิลลิกรัม ร่วมกับวิตามินดี 400-800IU เพื่อป้องกันกระดูกผุและกระดูกหัก

สุภาพสตรีบางคนเมื่ออายุมากขึ้น น้ำหนักตัวมากขึ้น ไม่สามารถออกกำลังกายรับแรงต้านของกล้ามเนื้อและกระดูกได้ บางคนปวดข้อ ปวดเข่า ไม่สามารถจ๊อกกิ้งหรือเต้นแอโรบิกได้ โยคะช่วยได้ การเล่นโยคะช่วยได้ทุกอย่างตั้งแต่กล้ามเนื้อ กระดูก ป้องกันโรค แก่ก่อนวัย นอนไม่หลับ ไมเกรน โยคะเป็นเสมือนยาอายุวัฒนะ โยคะบางท่านช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกสันหลังแบบองค์รวม เช่น ท่าก้ม-แอ่น-เอียง-บิด ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังครบ 4 ทาง โยคะท่าง่ายๆ ทำวันละ 30 นาที


วิธีทำคือ ก้ม -ท่าจากหัวถึงเข่า แอ่น -โยคะท่างูเอียง-ท่ากงล้อ และบิด-ท่าบิดหลัง

แล้วจบด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนต์ แผ่เมตตา ทำจิตใจให้สบายเผื่อแผ่ความสบายถึงกระดูก ของสำคัญในร่างกายที่ต้องรักษาไว้สุดชีวิต...

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

อารมณ์ดี๊ ดีได้ด้วยอาหาร

ร่างกายกับจิตใจของเราสัมพันธ์กัน อาหารที่ดีจะกระตุ้นให้สมองโปร่งโล่งและจิตใจสดใส สิ่งที่คุณควรจะนึกถึงเวลากินเพื่อความสุขจึงควรจะเป็นสารอาหาร 5 ชนิดดังต่อไปนี้...
คาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรตมีส่วนสัมพันธ์อย่างมากกับกระบวนการผลิตเซโรโทนิน ฮอร์โมนแห่งความสุขที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจ โดยคุณจะสังเกตได้ว่าคนที่ลดน้ำหนักแบบโลว์-คาร์บมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว และสมองก็ต้องการน้ำตาลไปเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะมีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ การศึกษามากมายที่บอกว่าคนที่มีโรคซึมเศร้ามักจะมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำด้วย ทั้งนี้ คาร์โบไฮเดรตก็มีหลายประเภท และประเภทที่ดีก็มักจะอยู่ในผัก ผลไม้ อาหารธัญพืช (ตรงกันข้ามกับขนมหวาน เค้ก หรือโดนัท) เทคนิคในการกินก็คือ แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 5-6 มื้อ แต่ละมื้อกินคาร์โบไฮเดรตประมาณ 15 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่พบได้ในแอปเปิ้ลขนาดกลางหนึ่งลูก จะช่วยเลี้ยงสมองให้สดใสได้มากเลย
กรดไขมันโอเมก้า-3
สมองของมนุษย์ประกอบไปด้วยไขมันถึง 60% ผู้เชี่ยวชาญมากมายจึงเชื่อว่า ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 (เช่น ปลาแซลมอน ปลาแม็กเคอเรล และทูน่า) จะช่วยต้านอาการซึมเศร้า เพราะสารสื่อประสาทในสมองจะเคลื่อนตัวได้ดีกว่าในเมมเบรนไขมันที่เกิดจากกรดไขมันโอเมก้า-3 นอกจากนี้ ปลายังช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขึ้นด้วย
วิตามินบี
วิตามินบีมากมายหลายชนิดมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง วารสาร BMJ เคยเผยแพร่ว่า มีงานวิจัยอย่างน้อย 8 ชิ้น ที่ระบุว่า 1 ใน 3 ของคนที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นมักจะกินกรดโฟลิคน้อยกว่าคนอื่นๆ นี่ทำให้ระดับฮอร์โมนเซโรโทนินลดลงเช่นกัน สำหรับภาวะขาดวิตามินบี 6 จะะทำให้คุณรู้สึกซึมเศร้าและกระวนกระวาย นอกจากนี้ โรคซึมเศร้ายังเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินบี1 (ไธอามิน) หากปล่อยไปโดยไม่ได้รับการรักษา อาจจะทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร เช่นเดียวกับการขาดวิตามินบี 12 เจอวิตามินบีได้ที่...
B 6 : เนื้อสัตว์ กล้วย อาหารธัญพืช ถั่ว
B 12 : ตับ หอยนางรม หอยแครง ไก่งวง ปู
B 1 : หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด เมล็ดทานตะวัน ปลาทูน่า ถั่วเขียน มะเขือเทศ มะเขือม่วง

ทริปโตฟาน

นี่คือกรดอะมิโนจำเป็น (หมายความว่า ร่างกายเราต้องการมันแต่ไม่สามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง) คือสารตั้งต้นในกระบวนการผลิตเซโรโทนิน แต่ตรงกันข้ามกับความเชื่อส่วนใหญ่ ไก่งวงไม่ใช่แหล่งทริปโตฟานที่ดีที่สุด กลับเป็นข้าวโอ๊ต กล้วย นม มะม่วง และช็อกโกแลต ซึ่งควรเป็นแบบดาร์กช็อกโกแลต
แร่ธาตุ
คนไทยจำนวนมากไม่ได้รับแมกนีเซียมจากอาหารการกินมากพอ และเราจะพบว่าคนที่มีโรคจิตเภท เป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคไบโพลาร์ มีแมกนีเซียมน้อยมาก แต่เราสามารถหาได้จากถั่วดำ บร็อกโคลี่ดิบ ปลาน้ำเย็น ถั่ว หอยนางรม หอยเชลล์ เมล็ดพืช นมถั่วเหลือง ผักโขม เต้าหู้ และธัญพืชทั้งหลาย ส่วนอีกแร่ธาตุหนึ่งก็คือ แมงกานีส ที่หากมีน้อยก็จะทำให้คุณเสี่ยงกับโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน แมงกานีสจะมีมากใน จมูกข้าว อบเชย ขิง ขมิ้น ถั่วเปลือกแข็ง หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง ผงโกโก้ ดาร์กช็อกโกแลต ถั่วแระ พริก เมล็ดทานตะวัน

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

อาหารเสริมสุขภาพตา

เมื่ออยู่กลางแจ้ง ตาของเราจะเปิดกว้างรับแสงแดดมากขึ้น โชคดีที่มีหนังตาและคิ้วซึ่งทำหน้าที่ปกป้องดวงตาจากแสงแดดโดยตรง (ต้องขอบคุณแว่นตากันแดดด้วย) แต่นั่นเป็นเพียงตัวช่วยจากภายนอกเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วอาหารการกินก็สามารถช่วยถนอมสายตาเราได้เหมือนกันลองนึกถึงภาพผักและผลไม้สีสันสดใสสวยงามที่วางประดับอยู่บนจานทั้งมะเขือเทศสีแดง แคร์รอตสีส้มสดกะหล่ำสีเขียวเหลือง ผลราสป์เบอร์รี่ สีชมพูเข้ม และมะนาวผิวเหลือง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่อาหารตาอันน่ารื่นรมย์อย่างเดียว
         แต่ยังเป็นแหล่งอาหารที่รวมคุณค่าทางโภชนาการสำหรับสุขภาพตาได้ดีเยี่ยมดวงตากับสารต้านอนุมูลอิสระ ‘ลูติน' และซีแซนทิน' จัดเป็นสารในกลุ่ม ‘แคโรทีนอยด์' ซึ่งเป็นสารสร้างสีที่พบในอาหาร โดยจะช่วยเพิ่มสีเขียวเหลืองแก่อาหารให้มีความน่ารับประทาน เช่น ผักใบเขียว ถั่วสีเขียวใสและข้าวโพดสีเหลืองเข้ม พืชและผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารลูตินและซีแซนทิน ได้แก่ ผักตระกูลกะหล่ำ บรอกโคลี อะโวคาโด บวบ และกีวีแคโรทีนอยด์ มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างดวงตา



            โดยทำหน้าที่เป็นทั้งตัวกรองแสงยูวีสีฟ้าและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในกระบวนการสันดาปในร่างกาย การเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายสามารถควบคุมให้อยู่ในภาวะสมดุลได้ ด้วยการสร้างสารอนุมูลอิสระจากการบริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอ ดังนั้นการควบคุมอนุมูลอิสระให้มีปริมาณพอเหมาะจึงส่งผลดีต่อดวงตา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอนุมูลอิสระได้ง่ายวิตามิน A-C สุดยอดสารอาหารบำรุงดวงตาเราอาจเคยรู้มาว่าแคร์รอตมีคุณประโยชน์ต่อสายตา แต่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ทำไมแคร์รอตจึงมีสาร
              แคโรทีนอยด์ที่ชื่อว่า ‘เบต้าแคโรทีน' สูงร่างกายของเราจะทำหน้าที่เปลี่ยนสารเบต้าแคโรทีนเป็น ‘วิตามินเอ' ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างดวงตาให้มีสุขภาพแข็ง-แรง สารเบต้าแคโรทีน นอกจากจะมีในแคร์รอตแล้ว ยังสร้างสีส้มเข้มในฟักทอง มันเทศ แคนตาลูป พีช แอปริคอต และมะละกออีกด้วย กล่าวได้ว่าผักและผลไม้เป็นแหล่งรวมสารอาหารสีสันต่างๆ ที่อุดมด้วยวิตามินสูงซึ่งเป็นสิ่งที่ดวงตาต้องการแคโรทีนอยด์ มีมากในผักและผลไม้สีเข้มใครที่ชอบรับประทานสลัด ให้เลือกผักใบเขียวเข้ม ร่วมด้วยผลอะโวคาโดและส้ม เพื่อเพิ่มแคโรทีนอยด์ให้แก่ดวงตา หรือจะเลือกบริโภคโปรตีนเชคผสมด้วยสตรอเบอร์รี่และกีวีเป็นอาหารเช้าก็ได้ ทั้งนี้อย่าลืมว่าอาหารที่อุดมด้วยผักและผลไม้ในหลากหลายสีสันสดใส เป็นอาหารสำหรับ สุขภาพตาอย่างแท้จริง

รู้จักวิธีกิน...เพื่อหน้าเด้ง

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง รวมถึงนักโภชนาการได้ออกมาระบุว่า อาหารที่คุณชอบรับประทานมากที่สุดนั้น ช่วยทำให้ผิวของคุณสามารถเก็บกักคอลลาเจนจำนวนมากไว้ได้ วางทุกอย่างไว้ด้วยกัน และผลลัพธ์ที่ได้คือ การมีใบหน้ายกกระชับจากอาหารที่รับประทาน..เรามาดูกัน



 



เต้าหู้และถั่วเหลือง

             วัยหมดประจำเดือนเป็นวัยที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดน้อยลง ซึ่งฮอร์โมน ชนิดนี้จะมีส่วนทำให้ระดับคอลลาเจนในผิวลดลงเช่นกัน จากการวิจัยชี้ให้เห็น ว่าคอลลาเจนประเภทใดประเภทหนึ่ง จะลดลงร้อยละ 30 หลังจากช่วง 5 ปีแรกของการหมดประจำเดือน

             แต่จากการวิจัยยังค้นพบว่า ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนนั้น มีระยะการเก็บกักระดับคอลลาเจนในผิวได้มากที่สุด โดยคิดเป็น 6 เท่า หรือร้อยละ 6 ภายในระยะเวลา 6 เดือน

             ในถั่วเหลืองนั้นมีสารที่เรียกว่า "Phytoestrogens" (สารเคมีที่พบได้ตาม ธรรมชาติ โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว) ซึ่งสารตัวนี้สามารถช่วยทดแทนฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีอยู่ในร่างกายได้ และถ้าคุณอยู่ในวัยสูงอายุ ผลิตภัณฑ์นมถั่ว เหลืองที่คุณดื่มอยู่เป็นประจำ จะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื่นและคอลลาเจนในผิวไว้ได้


ปลาแซลมอน

             ปลาแซลมอนและน้ำมันปลาอื่น ๆ เช่น ปลาแมคคอเรล ปลาแฮร์ริ่ง และปลาซาร์ดีน มักได้รับการประกาศให้รู้ว่า  มีสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวหนัง เพราะในปลาเหล่านี้จะมีระดับโอเมก้า  3 หรือกรดไขมันอิ่มตัว ที่ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื่นให้แก่ผิวได้

             อย่างไรก็ตาม ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดร.นิโคลราส เพอร์ริโคน ยังได้สนับสนุนเกี่ยวกับน้ำมันในปลาเหล่านี้ว่า สามารถช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นในผิวหนังให้ลดลงได้ และเขาเชื่อว่าการอักเสบของผิวหนังนั้น ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะว่ามันเกิดขึ้นอยู่ใต้ผิวหนังนั่นเอง ดังนั้น ระดับความไวของคอลลาเจน ที่เกิดจากย่อยโดยการรับประทานปลาแซลมอน จะช่วยป้องกันอาการอักเสบ รวมทั้งช่วยเป็นบล็อกป้องกันคอลลาเจนไว้ที่ผิวได้


ไก่งวง

             ไก่งวงนั้นเรียกได้ว่าเป็นแหล่งของโปรตีนเลยก็ว่าได้ เพราะโปรตีนชนิดนี้จะ เป็นตัวระบบป้องกันคอลลาเจนในผิวเอาไว้ ซึ่งโปรตีนชนิดนี้จะถูกบรรจุให้อยู่ในรูปของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า "Carnosine" (เป็นยาต้านการเสื่อมสภาพของผิว ซึ่งจะพบได้ในกล้ามเนื้อ)

             สาร Caarnosine นี้ สามารถช่วยชะลอกระบวนการเกิด เส้นใยคอลลาเจนสลายตัวนั่นเอง ขณะเดียวกันหากคุณรับประทานไก่งวง จะช่วยทำให้คุณเก็บรักษาคอลลาเจนไว้ในผิวของคุณได้ โดยที่ผิวของคุณจะอ่อนนุ่มชุ่มชื่น และผลลัพธ์ที่ตามมาคือผิวหนังของคุณจะได้มากกว่าความหยืดหยุ่น



ผักขม

             ผักสีเขียวที่มีใบอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผักขมนั้น มีอยู่ด้วยกัน หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ผักกะหล่ำปลี ผักแพงพวย ผักคะน้า ซึ่งผักเหล่านี้จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เรียกกันว่าสารลูทีน (สารที่เหลืองที่พบได้ในเมล็ดพืช หรือไข่แดง) และสารต้านอนุมูลอิสระนั้น มีความสำคัญมาก ถ้าหากคุณต้องการเก็บกักคอลลาเจนเอาไว้ในผิว เพราะคนทั่วไปมักคิดว่าสารชนิดนี้สามารถช่วยล้างพิษจากสารเคมี

             สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสารระเหย และเป็นสารเคมีที่สร้างขึ้นจากร่างกาย ซึ่งการระเหยนั้นจะได้รับปัจจัยจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดหรือมลพิษดังนั้นระบบการป้องกันที่มีอยู่ในตัวคุณนั้น เปรียบได้กับการที่คุณสามารถรักษาระดับคอลลาเจนในร่างกายไว้ได้อย่างยาวนาน


บลูเบอร์รี่

             วิตามินซีเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างคอลลาเจน  เช่นเดียวกับผลเบอร์รี่ และผลบลูเบอร์รี่  รวมถึงสตรอเบอร์รี่ ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นส่วน ประกอบสำคัญในการผลิตคอลลาเจน และเป็นตัวช่วยเสริมอาหารได้ ในกรณีของผู้ที่ขาดวิตามินซีอย่างรุนแรงนั้น จะทำให้เขาเป็นผู้ที่มีพัฒนาการที่ช้า เพราะการขาดวิตามินซี จะส่งผลต่อเนื้อเยื่อและฟัน รวมถึงกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นให้อ่อนแอลง

             ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เช่น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าร่างกายของคุณมีสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากในการช่วยสร้างระบบป้องกัน รวมทั้งมีส่วนช่วยในการผลิตคอลลาเจน นอกจากนี้มันยังจะช่วยหนุน ร่างกายของคุณให้มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่เหมาะสมอีกด้วย

             เมื่อคุณเริ่มมีอายุมากขึ้นควรหลีกเหลี่ยงอาหารหวานหรืออาหารประเภทแป้ง เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะเกิดการแตกตัวอยู่ในรูปของน้ำตาลที่เป็นศัตรูกัน (ถูกต้องที่สุด น้ำตาลธรรมชาติถูกบรรจุอยู่ในผักใบเขียวรวมถึงผลเบอร์รี่ แต่หากคุณรับประทานสิ่งเหล่านี้มากจนเกิน จะทำให้ประเสียประโยชน์มากกว่าได้รับประโยชน์)

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

วิธีดูแลสิว เพื่อผิวหน้าสวย

 เนื่องจากสิวเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำลายผิวหน้าได้ เพราะระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงมาก เหงื่อออกมาก จนเกิดการอักเสบของต่อมสร้างไขมัน มีการสร้างไขมันมากเกินไป จนเกิดการคั่งค้างอยู่ในรูขุมขนจนเป็นสิวได้
วิธีดูแล

           รักษาความสะอาดของหน้าสม่ำเสมอ ล้างมือบ่อย ๆ ไม่บีบสิว หรือจับสัมผัสผิวหน้าบ่อย
           ถ้าเป็นคนหน้ามัน แล้วมีผมปรกหน้าผาก ให้ใช้ที่คาดผม เพื่อลดการเกิดสิวบริเวณหน้าผาก
           ดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว นอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
           งดใช้ยารักษาสิว ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะยาบางกลุ่มส่งผลต่อลูกในท้อง มีผลข้างเคียงแก่ผู้ใช้ เช่น ยาที่ชื่อ Isotretrinoin ซึ่งอยู่กลุ่ม Teratogen ที่รบกวนการสร้างอวัยวะสำคัญ ทำให้ทารกเกิดความผิดปกติ หรือพิการได้
           รู้อย่างนี้แล้ว... ก็อย่าลืมดูแลผิวหน้าของตัวเองให้ดี ๆ เพราะการมีใบหน้าไม่เป็นสิว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ 

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

เมนูเพื่อสุขภาพคุณสาว ๆ สำหรับหน้าร้อนนี้

  ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ควรจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญคุณคงไม่อยากมีไขมันส่วนเกินเพิ่มขึ้นมาด้วยหรอกนะ จริงมั้ย?? เพื่อที่จะแน่ใจว่าคุณผู้หญิงจะยังคงสามารถรักษาหุ่นในช่วงหน้าร้อนได้อยู่ วันนี้เราจึงมีเมนูสำหรับเติมความสดชื่นมาฝากค่ะ...
 1.แตงโม
          แน่นอนล่ะ เวลาถึงหน้าร้อนทีไร ผลไม้ที่เรานึกถึงอย่างแรกก็คือแตงโม ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน และรสชาติหวานฉ่ำ ลองดูสักชิ้น รับรองว่าคุณจะรู้สึกสดชื่นแน่

 2.กล้วย
          ในวันที่อากาศร้อนจัด ๆ ลองหั่นกล้วยชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปแช่ในน้ำในช่องใส่น้ำแข็งดูสิ คุณจะรับรู้ถึงรสชาติหวานเย็น กรุบกรอบ และอร่อยด้วย เมนูนี้จึงถือได้ว่าเป็นไอศกรีมอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญสำหรับสาว ๆ เพราะมันอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและสารอาหารอย่างมากมาย
 3.แครอทอ่อน
          นี่เป็นเมนูที่สำคัญในช่วงระหว่างมื้ออาหาร ลองรับประทานแครอทอ่อนหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ดู แล้วคุณจะติดใจจนวางไม่ลงเลยล่ะ
 4.น้ำผลไม้ปั่น
          น้ำผลไม้ปั่นเป็นของฮิตอีกอย่างหนึ่งในช่วงหน้าร้อน เพียงแค่คุณใส่น้ำแข็งป่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เบอร์รี่แช่เย็น และกล้วยอีกสักชิ้น ปั่น 30 วินาที แล้วคุณจะได้น้ำผลไม้ปั่นเย็นชื่นใจที่มีวิตามินซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และทำให้สดชื่นอีกด้วย
5.ธัญพืช โยเกิร์ต และผลไม้สด
          อาหารเช้าเพื่อสุขภาพพร้อมกับความอร่อยสำหรับหน้าร้อนนี้ เลิกคิดถึงเบคอนหรือขนมวาฟเฟิลไปได้เลย  ลองหันมากินของที่มีคาร์โบไฮเดรต วิตามิน และโพรไบโอติค อย่างเช่นเมนูนี้ คุณจะได้รับพลังงานมาก และพร้อมสำหรับออกไปรับวันใหม่
 6.โยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมน้ำผึ้ง
          เมนูง่าย ๆ พื้น ๆ และไขมันต่ำ แต่ให้พลังงานสูงสำหรับต่อสู้กับอากาศร้อน ๆ ในยามบ่าย ดีกว่าที่คุณจะเคี้ยวหมากฝรั่งหรือช็อคโกแลตอีกนะ
 7.ป๊อปคอร์น
          แทนที่จะกินของทอดมัน ๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นป๊อปคอร์นแบบเค็มนิด ๆ และหลีกเลี่ยงแบบที่ใส่เนยด้วยล่ะ
 8.สลัด

          สลัดเป็นเมนูที่สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว ใส่ผักอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ นอกจากอร่อย สะดวกและไม่ทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มอย่างแน่นอน
    เมนูเพื่อสุขภาพสำหรับหน้าร้อนนี้ ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย และสามารถรักษาหุ่นของคุณผู้หญิงให้ผอมเพรียวอีกด้วย

กินชะลอความชรา (momypedia)

 ไม่มีใครอยากแก่.. ดิฉันมั่นใจกับคำนี้มาก เพราะไม่มีหน้าไหนกล้าจะบอกว่า "โอ้ย..เมื่อไหร่ฉันจะแก่สักที อยู่ในโลกมาหลายปีไม่มีริ้วรอย เบื่อจริง ๆ" หรือ "ใครก็ได้ช่วยทำให้ฉันมีหงอกขึ้นทีเถอะ ได้โปรด.."  แล้วจะทำอย่างไรให้ไม่แก่ก็ไม่ได้ เราต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา แต่จะทำอย่างไรให้แก่ช้านั้นมันขึ้นอยู่กับเราค่ะ งั้นเรามากินเพื่อชะลอความชราที่กำลังจะมากันดีกว่านะคะ

            1. ปลา ควรเป็นอาหารมื้อหลัก ยิ่งเป็นปลาทะเลน้ำลึกยิ่งดีค่ะ
            2. กระเทียม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก แต่ถ้าใครยี้กระเทียม เดี๋ยวนี้มีทั้งกระเทียมสกัดเป็นแคปซูล และแบบเม็ดให้เลือกกันค่ะ
            3. ชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาอูล่ง ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพียงแค่ดื่มชาเขียวให้ได้วันละ 4 ถ้วยก็ใช้ได้แล้วค่ะ
            4. ผักและผลไม้ ควรสรรหามากินให้ครบทุกมื้อ เพราะนอกจากจะมีวิตามินสูงแล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกเช่นกันค่ะ
            5. ถั่วต่าง ๆ หรืออาหารที่ทำจากถั่ว เช่น เต้าหู้ ล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และดีกับวัยหมดประจำเดือนอีกด้วยค่ะ

          มีสิ่งที่ควรกินก็ต้องมีสิ่งที่ควรเลี่ยงด้วยนะคะ
          - เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ หากดื่มมาก ๆ มันจะไปทำลายทุกระบบของร่ายกายค่ะ
          - ไขมันอิ่มตัว ไม่มีประโยชน์แน่ค่ะ แต่สำหรับคนที่ชอบกินพึงระวังไว้ว่า ทุกคำที่กินคือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและโรคร้ายที่จะตามมา
          - เนื้อสัตว์ เลือกกินที่ปรุงโดยการต้ม ตุ๋น และไม่กินส่วนที่เป็นมัน หรือถ้างดได้ก็งดไปเลยค่ะ